ตลอดสองวันในกรุงเทพฯ ผู้ผลิตรัสเซียได้พบปะผู้ซื้อชาวไทย เจรจาธุรกิจรวมกว่า 100 นัด และปูทางสู่การเปิดพาวิลเลียนถาวร

ศูนย์ส่งออกรัสเซีย (Russian Export Center หรือ REC) ใช้เวทีฟอรัมการลงทุนรัสเซีย-ไทย ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ เพื่อเริ่มผลักดันแบรนด์สินค้ารัสเซียในตลาดไทยอย่างแข็งขัน ตลอดสองวันของการจัดงาน ผู้ผลิตจาก 12 ภูมิภาคของรัสเซียนำสินค้ามาจัดแสดงในโซน “Made in Russia” พื้นที่ 300 ตารางเมตร และเจรจาธุรกิจกับคู่ค้าชาวไทย

ฟอรัมครั้งนี้ตั้งโจทย์ไว้ชัดเจนว่าต้องวัดกันที่ผลลัพธ์ “ยุคใหม่ไม่ได้เริ่มต้นจากบันทึกข้อตกลง แต่เริ่มต้นจากการปิดดีล” นายอีวาน เดมเชนโก ประธานสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทย กล่าวต่อผู้เข้าร่วมงานในพิธีเปิด “กฎของผมง่ายนิดเดียว คือถ้าไม่มีผลลัพธ์ ถ้อยคำทั้งหลายก็ไร้ค่า ตลอดสองวันนี้ ผมขอให้ทุกท่านเปิดใจต่อกัน และมุ่งสู่ข้อตกลงที่เกิดขึ้นได้จริง”

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30–31 ตุลาคม ณ ศูนย์ประชุมของโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน มีตัวแทนจากภาครัฐและภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศมาร่วมงาน โดย REC ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรหลัก (General Partner) ของฟอรัม

ทำไมต้องไทย และทำไมต้องตอนนี้

นายเดมเชนโกชี้ให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวความสัมพันธ์เอง โดยกล่าวว่าความร่วมมือที่ครั้งหนึ่งมีการท่องเที่ยวเป็นแกนหลัก ปัจจุบันขยายครอบคลุมภาคเกษตร อุปกรณ์การแพทย์ โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์ และพลังงาน ตัวเลขการค้าก็ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยการค้าทวิภาคีระหว่างรัสเซียกับไทยเพิ่มขึ้นเกือบ 23% ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม 2569 (ค.ศ. 2026) หลังจากที่เมื่อปีที่แล้วมูลค่าการค้าแตะระดับ 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของฝ่ายรัสเซียที่สำนักข่าวทาสส์ (TASS) รายงาน

นายเยฟเกนี โทมิคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เรียกร้องให้ขับเคลื่อนงานให้เร็วขึ้น “ผมอยากเห็นเราเร่งความพยายามในการขจัดอุปสรรคทุกประการ” เขากล่าว พร้อมแสดงความหวังว่าการทำงานร่วมกันของหน่วยงานรัฐ ภูมิภาค และสมาคมธุรกิจ จะส่งผลเป็นรูปธรรม


พื้นที่จัดแสดงที่สร้างมาเพื่อ “ปิดดีล”

โซน “Made in Russia” ผสมผสานการชิมสินค้า การจัดแสดง และการเจรจาธุรกิจไว้ในพื้นที่เดียวกัน ผู้เข้าชมได้พบกับอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ของเล่น อุปกรณ์ศิลปะ งานหัตถกรรมพื้นบ้าน และซอฟต์แวร์ธุรกิจของ 1C

ผู้ร่วมแสดงสินค้าประกอบด้วย LEBER ผู้ผลิตสนามเด็กเล่น และบริษัทเครื่องสำอาง Arnest Unirus ที่นำแบรนด์ Velvet Hands, Black Pearl, Crystal Purity และ Feel Moment มาร่วมงาน รวมถึง Nevskaya Palitra และ Riki ซึ่งนำฟิกเกอร์สะสมตัวละครสเมชาริกิ (Smeshariki) และเชบูราชกา (Cheburashka) มาจัดแสดง โดยมีแผนวางจำหน่ายในพาวิลเลียนที่จะเปิดในอนาคต ส่วนโซนอาหาร ผู้เยี่ยมชมได้ลิ้มลองพาสติลาเบเลฟสกายา (Belevskaya pastila) ไอศกรีม BrandIce จาก BRPI น้ำผึ้ง ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มผลไม้ ขณะที่ Altai Bouquet นำชาสมุนไพรมานำเสนอ และยังมีไวน์รัสเซียร่วมจัดแสดงด้วย สำหรับผู้เข้าชมชาวไทย การชิมจึงเป็นโอกาสทดลองและประเมินสินค้าที่ผู้ผลิตตั้งใจผลักดันในตลาดท้องถิ่น

โซนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อการเจรจาธุรกิจเป็นหลัก และก็ทำหน้าที่ได้ตามเป้าหมายอย่างเต็มที่ บริษัทไทย 26 แห่งเข้าร่วมโต๊ะเจรจา และตลอดสองวันของการจัดงานมีการเจรจาธุรกิจรวมกว่า 100 นัด

พาวิลเลียนในฐานะ “โรงงานโครงการ”

การเปิดพาวิลเลียนการค้าถาวร “Made in Russia” ในกรุงเทพฯ เป็นแกนกลางของเซสชัน “Made in Russia กับแพลตฟอร์มการค้ารัสเซีย-ไทย: วางรากฐานสู่ความร่วมมือระยะยาว” ผู้เข้าร่วมได้หารือถึงปัจจัยขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนที่ยั่งยืนระหว่างรัสเซียกับไทย โดยมีพาวิลเลียนแห่งอนาคตเป็นศูนย์กลางของการสนทนา ไม่ใช่เพียงโชว์รูม หากแต่เป็นเสมือน “โรงงานโครงการ” (Project Factory) จุดนัดพบที่การส่งออกและการลงทุนมาบรรจบกัน

แผนขยายการมีตัวตนของรัสเซียในประเทศไทยเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว หลังจบฟอรัม คาดว่าตัวอย่างสินค้าจากบริษัทมากกว่า 20 แห่งจะถูกส่งไปยังพาวิลเลียน “Made in Russia” ถาวรในกรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ซื้อและพันธมิตรทางธุรกิจชาวไทยได้ศึกษาสินค้าเหล่านั้นต่อไป แม้งานจะปิดฉากลงแล้ว

ประวัติศาสตร์และการทูต

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ย้ำให้ผู้แทนที่มาร่วมงานเห็นถึงรากเหง้าของความเป็นหุ้นส่วน “ในระดับรัฐ เราสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกันเมื่อปี 2440 (ค.ศ. 1897) ดังนั้นปีหน้าจะเป็นวาระครบ 130 ปี” ผู้ว่าฯ กล่าว ในปี 2570 (ค.ศ. 2027) กรุงมอสโกและกรุงเทพฯ จะครบรอบ 30 ปีแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตรเช่นกัน และตามคำกล่าวของผู้ว่าฯ การลงทุนมีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและสายสัมพันธ์ระหว่างสองเมืองหลวงเป็นส่วนเติมเต็ม

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ส่งสารถึงผู้เข้าร่วมงาน โดยมีนางลิวด์มิลา โวโรบีโอวา ผู้อำนวยการกรมเอเชียที่ 3 กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย เป็นผู้อ่านสาร “ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทยตั้งอยู่บนรากฐานอันมั่นคงของความร่วมมือเชิงสร้างสรรค์และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน” สารระบุ นายลาฟรอฟยังเน้นย้ำความสำคัญของโปรแกรมทางวัฒนธรรม ทั้งงาน “วันมอสโก” (Moscow Days) คอนเสิร์ตบัลเลต์ และการแข่งขันฮอกกี้กระชับมิตร พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าฟอรัมนี้จะช่วยผลักดันโครงการลงทุนให้ก้าวไปข้างหน้า

สำหรับผู้ส่งออกรัสเซีย ก้าวต่อไปชัดเจนอยู่แล้ว คือเปลี่ยนการพบปะครั้งแรกให้เป็นการส่งมอบสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีพาวิลเลียนถาวรในกรุงเทพฯ เป็นจุดที่ทำให้สิ่งนั้นเป็นจริง